อาหารเสริมสุขภาพส่งผลดีด้านใดและให้ประโยชน์ต่อร่างกายจริงหรือ

อาหารเสริมสุขภาพส่งผลดีด้านใดและให้ประโยชน์ต่อร่างกายจริงหรือ?

อาหารเสริมสุขภาพกลายมาเป็นหนึ่งในเทรนยอดฮิตของคนยุคนี้ เพราะทานง่าย สะดวกสบาย และมีให้เลือกทานเพื่อเสริมด้านต่างๆ อย่างครบวงจร โดยเฉพาะอาหารเสริมด้านผิวพรรณและความสวยงามจะได้รับความนิยมมากที่สุด รองลงมาจะเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ แต่ถ้าให้พูดตามหลักความเป็นจริงแล้วการทานอาหารเสริมเหล่านี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีจริงหรือไม่? ในชีวิตของคนเราจำเป็นที่จะต้องมีสารอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยงและสร้างประโยชน์ให้ร่างกาย พร้อมทำให้อวัยวะภายในทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ แต่ถ้าเมื่อใดที่สารอาหารมีไม่เพียงพอเมื่อนั้นอาหารเสริมสุขภาพก็จะกลายมาเป็นตัวช่วยที่สำคัญขึ้นมาทันที! อาหารเสริมสุขภาพเกิดจากการที่ร่างกายของคนเรารับสารอาหารได้ไม่เพียงพอ สาเหตุมาจากช่วงอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง ประกอบกับความเสื่อมของอวัยวะภายในที่ทำให้ประสิทธิภาพในการสร้างสารต่างๆ และฮอร์โมนที่จำเป็นต่อร่างกายถูกผลิตออกมาน้อยลง จึงก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและอาจทำให้ติดเชื้อโรคร้ายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่ต้องทำทุกอย่างให้ทันเวลาอยู่เสมอ การใช้ชีวิตประจำวันเกือบทุกด้านจึงต้องเร่งรีบ แม้แต่การรับประทานอาหารก็ไม่สามารถทานได้ครบทุกหมู่หรือตรงตามที่ร่างกายต้องการได้อย่างครบถ้วน รวมไปถึงการออกกำลังกายก็ยังทำได้ยาก ดังนั้นอาหารเสริมจึงกลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะเติมเต็มสารอาหารให้กับร่างกายได้ โดยอาหารเสริมสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยม คือ สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย, วิตามิน,...
ลดไขมันด้วยไขมันจากสูตรอาหารคีโตเจนิค-ทานแบบนี้ดีจริง

ลดไขมันด้วยไขมันจากสูตรอาหารคีโตเจนิค ทานแบบนี้ดีจริงหรือ? คีย์ คีโตเจนิค

  สำหรับคนที่มาในสายสุขภาพยุคนี้ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักอาหารคีโตเจนิค สูตรอาหารที่ใช้ไขมันลดไขมัน ไม่ใช่เป็นเพียงสูตรเด็ดสำหรับคนลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเผาผลาญให้ดีขึ้นอีกด้วย แต่การจะรับประทานอาหารคีโตนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นจะต้องเข้าใจต่อหลักการและวิธีการเลือกอาหารที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในภายหลัง หลักการรับประทานอาหารคีโตเจนิคคืออะไร คีโตเจนิคหรือคีโตน คือ การเน้นรับประทานอาหารที่มีไขมันและลดคาร์โบไฮเดรตกับน้ำตาลลง แล้วให้ไขมันที่ทานเข้าไปแทนที่ แต่ไขมันที่ว่านี้จะต้องเป็นไขมันดีที่มาจากทั้งพืชและสัตว์ ไม่ใช่ไขมันเสียหรือไขมันทรานซ์เด็ดขาด ดังนั้นการรับประทาน Ketogenic จึงต้องเลือกหมวดหมู่อาหารให้ถูกต้อง หลักการของอาหารประเภทนี้เกิดขึ้นจากร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลไปเผาผลาญ แต่ถ้าเมื่อใดที่มีสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้น้อยเกินไป ร่างกายก็จะหันมาดึงไขมันที่ตกค้างอยู่ออกไปเผาผลาญแทนและผลิตสารคีโตนออกมา ซึ่งสารชนิดนี้จะออกฤทธิ์ให้ร่างกายเบื่ออาหาร ดังนั้นอาหารจำพวกคีโตนจึงคืออาหารที่เมื่อทานเข้าไปแล้วสลายไขมันด้วยกันได้ ไม่ทำให้รู้สึกอยากอาหารเพิ่มแม้ว่าจะลดคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลลง...
รู้หรือยัง-โรคมือเท้าปากในเด็กก็ส่งผลต่อผู้ใหญ่ได้

รู้หรือยัง? โรคมือเท้าปากในเด็กก็ส่งผลต่อผู้ใหญ่ได้ คีย์ มือเท้าปาก

  โรคมือเท้าปากที่เคยมีมาในอดีตและไม่ได้มีอันตรายมากนักในปัจจุบัน กลายมาเป็นโรคที่น่ากลัวมากขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาและเป็นโรคดังที่สร้างความตื่นตระหนกภายในสังคมไทยได้ไม่น้อย เพราะมีข่าวเกี่ยวกับโรคที่ระบาดจากเด็กสู่เด็กแล้วขยายวงกว้างจนทำให้มีเด็กต้องสังเวยชีวิตไปกับโรคนี้เป็นจำนวนมาก โดยเริ่มระบาดมาจากประเทศเพื่อนบ้านและแพร่เข้ามาสู่ประเทศไทย สำหรับประเทศของเราโรคนี้หายไปนานกว่า 30 ปี และอยู่ในระดับที่ควบคุมได้มาตลอด แต่เมื่อเกิดการแพร่กระจายที่มากและหนักขึ้น โรคมือเท้าปากจึงกลับมาด้วยฤทธิ์ที่ร้ายกาจกว่าเดิมเป็นเท่าตัวและสามารถแพร่เข้าสู่ร่างกายของผู้ใหญ่ได้อีกด้วย โรคมือเท้าปากมาพร้อมเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ที่แกร่งกว่าเดิม ถ้าคุณเคยได้ยินข่าวที่ว่าโรคมือเท้าปากไม่สามารถแพร่มาถึงผู้ใหญ่ได้ ถือว่าข่าวนั้นไม่เป็นจริงเพราะโรคนี้สามารถติดต่อมายังคนโตแล้วได้จริง เพียงแค่ภูมิคุ้มกันโรคของผู้ใหญ่จะมีมากกว่าจึงไม่แสดงอาการหรือแสดงน้อยมาก แต่เมื่อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคกลายพันธุ์และแข็งแรงมากกว่าเดิม ประกอบกับสุขภาพของผู้ใหญ่บางคนไม่แข็งแรง เป็นช่วงเวลาที่ภูมิคุ้มกันตก จึงทำให้ไวรัสที่แพร่กระจายแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและรุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา เริ่มต้นจากเพียงตุ่มใสที่เกิดขึ้นตามง่ามนิ้วมือ-นิ้วเท้า, ผิวหนัง และช่องปาก จากนั้นจะเริ่มลุกลามจนขยายวงกว้างแล้วกลายมาเป็นแผลเปื่อยที่เกิดการอักเสบหนักจนเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ มากขึ้น สามารถติดต่อผ่านทางสารคัดหลั่งภายในร่างกาย โดยเฉพาะน้ำลายและน้ำมูกที่ถือว่าติดต่อได้ง่ายที่สุด ดังนั้นถ้าจะบอกว่าโรคมือเท้าปากเล่นงานผู้ใหญ่อย่างเราไม่ได้ก็คงไม่ใช่เรื่องจริงอีกต่อไป...
พฤติกรรมที่ไม่ควรทำในออฟฟิศเพื่อสุขภาพคนทำงาน

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำในออฟฟิศเพื่อสุขภาพคนทำงาน คีย์ สุขภาพคนทำงาน

  สุขภาพคนทำงานมีความสำคัญมากต่อคนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ภายในออฟฟิศ เพราะต้องเผชิญกับทั้งการนั่งตลอดทั้งวัน, ความกดดันและความเครียดในการทำงานสูง, การนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และการต้องทำงานเกินเวลาเพื่อให้งานเสร็จตามเป้าหมาย จึงก่อให้เกิดอาการและโรคต่างๆ ที่สามารถทำให้คนออฟฟิศเสียชีวิตได้แบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าเป็นไม่มากคุณก็อาจจะเผชิญเพียงแค่ออฟฟิศซินโดรม แต่ถ้าเป็นหนักก็อาจต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยู่โรงพยาบาลยาวเป็นปี ดังนั้นถ้าไม่อยากเสี่ยงชีวิตและสุขภาพคนทำงานพังต้องไม่ทำพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อสุขภาพคนทำงานที่ดีและไม่พังเร็ว ต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ 1.การนั่งที่ไม่ถูกต้อง การนั่งทำงานแบบผิดๆ ก็ทำให้สุขภาพคนทำงานพังได้ไม่น้อยเลยทีเดียว จึงไม่ควรนั่งหลังค่อม, นั่งงอตัว, นั่งโน้มไปด้านหน้ามากเกินไป และนั่งตัวบิดในขณะทำงาน ท่าที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังคดได้ ทั้งยังทิ้งความเจ็บปวดทรมานทุกครั้งที่ลงนั่งอีกด้วย ดังนั้นถ้าไม่อยากให้หลังคดจนเสียรูปหรือเกิดปัญหาเรื่องกระดูกทับเส้นประสาท ควรนั่งด้วยท่าทางที่ถูกต้อง คือ นั่งหลังตรงแบบตั้งฉาก ไม่โน้มไปด้านหน้ามากจนเกินไป ปรับเก้าอี้ให้เท้าทั้ง...
แบบไหนที่เรียกว่ากินยาเกินขนาด

แบบไหนที่เรียกว่ากินยาเกินขนาด คีย์ กินยาเกินขนาด

  การกินยาเกินขนาดเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้มากในคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตามชนบทและต่างจังหวัด เหตุมักเกิดจากความไม่รู้และไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ที่สำคัญคือคนไทยมีพฤติกรรมไม่ชอบไปโรงพยาบาลและมักจะซื้อยาทานเองเสมอ เมื่อปวดหัวก็แค่ทานยาพาราหรือถ้าปวดท้องก็ทานยาธาตุน้ำขาว แม้แต่การซื้อยาลดความดันโลหิตก็เพียงแค่เดินไปที่ร้านขายยาก็เสร็จเรียบร้อย ทั้งยังรับประทานยากันอย่างหนักหน่วงเพื่อให้หยุดอาการต่างๆ จนกลายมาเป็นการกินยาเกินขนาดที่จะสร้างปัญหาสุขภาพตามมาในอนาคต ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าการกินยาเกินขนาดเป็นแบบใด สามารถอธิบายได้ง่ายๆ ว่าเป็นการรับประทานยาเกินกว่าที่แพทย์สั่ง รวมไปถึงการซื้อยาจากร้านมาทานเอง แม้แต่การทานยาสามัญประจำบ้านทั่วไปอย่างยาพาราเซตามอลเพื่อแก้ปวด ถ้ารับประทานตามขนาดที่เหมาะสมตรงตามแพทย์สั่งจริงๆ จะอยู่ที่ครั้งละ 1 เม็ดเท่านั้น! แต่คนไทยกลับรับประทานยาชนิดนี้เพื่อแก้ปวดขั้นต่ำที่ 2 เม็ดขึ้นไป ทั้งยังรับประทานเพื่อแก้ปวดแทบจะทุกส่วนภายในร่างกาย ซึ่งถ้าทานแบบนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานย่อมให้โทษต่อสุขภาพอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ดังนั้นการรับประทานยาทุกชนิดจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเภสัชกรอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้การทานยาเกินปริมาณยังทำให้เกิดปัญหาเรื่องการเสพติดได้อีกด้วย โดยเฉพาะยาในกลุ่มแก้ปวดและแก้อักเสบที่เมื่อทานในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอาการเมาได้...