Categories
สุขภาพ

ลดไขมันด้วยไขมันจากสูตรอาหารคีโตเจนิค ทานแบบนี้ดีจริงหรือ? คีย์ คีโตเจนิค

 

สำหรับคนที่มาในสายสุขภาพยุคนี้ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักอาหารคีโตเจนิค สูตรอาหารที่ใช้ไขมันลดไขมัน ไม่ใช่เป็นเพียงสูตรเด็ดสำหรับคนลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเผาผลาญให้ดีขึ้นอีกด้วย แต่การจะรับประทานอาหารคีโตนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี จำเป็นจะต้องเข้าใจต่อหลักการและวิธีการเลือกอาหารที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในภายหลัง

หลักการรับประทานอาหารคีโตเจนิคคืออะไร

คีโตเจนิคหรือคีโตน คือ การเน้นรับประทานอาหารที่มีไขมันและลดคาร์โบไฮเดรตกับน้ำตาลลง แล้วให้ไขมันที่ทานเข้าไปแทนที่ แต่ไขมันที่ว่านี้จะต้องเป็นไขมันดีที่มาจากทั้งพืชและสัตว์ ไม่ใช่ไขมันเสียหรือไขมันทรานซ์เด็ดขาด ดังนั้นการรับประทาน Ketogenic จึงต้องเลือกหมวดหมู่อาหารให้ถูกต้อง หลักการของอาหารประเภทนี้เกิดขึ้นจากร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลไปเผาผลาญ แต่ถ้าเมื่อใดที่มีสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้น้อยเกินไป ร่างกายก็จะหันมาดึงไขมันที่ตกค้างอยู่ออกไปเผาผลาญแทนและผลิตสารคีโตนออกมา ซึ่งสารชนิดนี้จะออกฤทธิ์ให้ร่างกายเบื่ออาหาร ดังนั้นอาหารจำพวกคีโตนจึงคืออาหารที่เมื่อทานเข้าไปแล้วสลายไขมันด้วยกันได้ ไม่ทำให้รู้สึกอยากอาหารเพิ่มแม้ว่าจะลดคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลลง ที่สำคัญคือไม่ต้องมานั่งนับจำนวนแคลอรี่ภายในอาหารให้รู้สึกเหนื่อย เพราะเมื่อรับประทานอาหารสายคีโตเจนิคเข้าไปแล้ว คุณก็จะรู้สึกเบื่ออาหารและลดปริมาณการรับประทานไปเองแบบอัตโนมัติ

ปริมาณในการรับประทานอาหารสูตรคีโตนต่อ 1 มื้อ จะอยู่ที่ไขมันดี 70% , โปรตีน 25% และคาร์โบไฮเดรตกับน้ำตาลเพียง 5% โดยอาหารคีโตนที่ควรนำไปรับประทาน คือ ไข่, อาหารทะเล, น้ำมันปลา, เครื่องในสัตว์, เนื้อสัตว์แปรรูปทุกชนิด, น้ำมันมะกอก, น้ำมันอัลมอนด์, ชีส, เนยจากธรรมชาติ, อะโวคาโด, นมสด ส่วนผักสดสามารถรับประทานได้ทั้งหมดแต่ให้เว้นผักที่เติบโตใต้ดิน เช่น แครอท, บีทรูท และฟักทอง เป็นต้น สำหรับเครื่องดื่มในสูตรคีโตนที่น่าสนใจ คือ ชา, กาแฟใส่ครีม, น้ำมะนาวปั่นไม่ใส่ไซรัป, นมอัลมอนด์ และน้ำเปล่า สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคืออาหารที่มีไขมันชนิดไม่ดีทั้งหมด, เครื่องดื่มสูตรผักและผลไม้ปั่น, เครื่องดื่มแอกฮอล์ และน้ำอัดลม

แม้ว่าสูตรคีโตเจนิคจะช่วยทำให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะขั้นตอนของไขมันลดไขมันนั้นจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำภายในร่างกายแบบเป็นธรรมชาติ แต่จะส่งผลดีได้เพียง 6 เดือนถึง 2 ปีเท่านั้น! ถ้าใช้คีโตเจนิคหลังจากนี้ติดต่อกันยาวนานเกินไป คุณอาจจะต้องเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากพอสมควร เพราะการรับประทานไขมันเพียงอย่างเดียวทำให้สารอาหารที่ร่างกายควรได้รับมีไม่ครบถ้วนจึงทำให้ต้องเสริมวิตามินและแร่ธาตุเพิ่มเอง ทั้งยังทำให้รู้สึกเบื่ออาหารสไตล์นี้จนทนไม่ไหวและกลับไปรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตกับน้ำตาลมากขึ้น แล้วกลายเป็นอาการโยโย่ที่ดีดน้ำหนักกลับมามหาศาลได้อีกด้วย นอกจากนี้สูตรคีโตนยังไม่สามารถใช้กับผู้ที่เป็นโรคตับ, โรคไต, โรคเบาหวาน, ผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบเผาผลาญ, ไตรกลีเซอร์ไรด์ขึ้นสูง และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระเพาะกับลำไส้ได้ เพราะไขมันจะเข้าไปเพิ่มปัญหาให้หนักมากขึ้น

การรับประทานสูตรคีโตเจนิคจะได้ผลดีถ้าคุณมีวินัยในการรับประทาน, ออกกำลังกาย และเลือกอาหารอย่างระมัดระวัง ดังนั้นการทานอาหารสูตรนี้จึงไม่ใช่เลือกแค่อาหารมันเข้าไว้ หวานเข้าไว้ หรืออร่อยอย่างเดียวแต่ไม่ได้ประโยชน์อะไร ที่สำคัญคือคุณต้องกะปริมาณของคาร์โบไฮเดรตให้ได้อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องเกิดสภาวะพร่องคาร์โบไฮเดรตได้ ดังนั้นถ้าคุณต้องการจะรักษาสุขภาพหรือลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้จริงๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและถ้ามีโรคประจำตัวต้องทานยาเป็นประจำด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องฟังคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น ถ้าไม่สามารถใช้สูตรคีโตนได้ก็ต้องเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงในอนาคต