Categories
สุขภาพ

รวมผลด้านสุขภาพคนไทยปี 2562 ดีขึ้นหรือแย่ลง

ทุกปีประเทศไทยจะมีการรวบรวมสถิติด้านสุขภาพคนไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาทำการวิจัยและวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ พร้อมหาวิธีป้องกันและแก้ไข เพื่อรับมือต่อทั้งโรคใหม่และโรคเก่าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมช่วยลดการสูญเสียชีวิตจากโรคร้ายที่คนไทยมักจะเป็นกันมากที่สุด ดังนั้นปี 2562 ที่เพิ่งดำเนินมาถึงครึ่งปีหลังก็ถูกทำการรวบรวมรายงานสุขภาพคนไทยแล้วเช่นกัน จึงทำให้ได้รู้ว่าคนไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนล่าสุดนี้ มีปัญหาด้านสุขภาพที่ดีขึ้นหรือแย่ลง โดยจะเน้นไปทางโรคร้ายต่างๆ รวมไปถึงโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตด้วยเช่นกัน

ผลสุขภาพคนไทยเริ่มต้นจากโรคไม่ติดต่อแต่เป็นโรคยอดฮิตของคนไทยอย่างมะเร็ง, เบาหวาน, หัวใจ, ความดัน และหลอดเลือด ยังคงมีแนวโน้มที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น โดยมีอัตราการเสียชีวิตต่อเนื่องถึง 75% โดยโรคยอดฮิตยังคงเป็นโรคมะเร็งที่มาเป็นอันดับ 1 คือ มะเร็งปอด รองลงมาจะเป็นมะเร็งมดลูกและมะเร็งเต้านม โดยประชากรเพศหญิงจะมีความเสี่ยงสูงกว่าเพศชาย ส่วนโรคที่มีสิทธิ์เสี่ยงเสียชีวิตสูงของคนไทยรองลงมา คือ โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจ,  เบาหวาน และความดัน ทางด้านโรคติดต่อที่ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กันและต้องมีการเฝ้าระวัง คือ โรคไข้เลือดออกกับโรคไข้หวัดใหญ่ ที่ในประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 135% และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังให้มากนั่นคือเด็กในช่วง 5-14 ปี แต่ที่น่าแปลกใจและสวนทางกับโรคอื่นๆ คือ โรคเอดส์ หรือ HIV ที่ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษามากขึ้นและมีกลุ่มผู้ที่รักษาทันเวลาหรือลดการติดเชื้อลงมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้การเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อ HIV ลดลงจากเดิมถึง 4,000 คนต่อปี ที่สำคัญคือคนไทยยุคใหม่เข้าถึงความรู้เกี่ยวกับโรค HIV มากขึ้นทำให้รู้จักป้องกันตัว การแพร่ระบาดของโรคจึงลดลงอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวดีเกี่ยวกับสุขภาพคนไทย แต่ในขณะเดียวกันแม้ว่าโรค HIV จะอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ แต่โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นอย่างซิฟิลิส กลับมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มของวัยรุ่นยุคใหม่ โดยเฉพาะช่วงวัย 15-24 ปีที่บางคนไม่มีความรู้ด้านเพศศึกษาและไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างน่ากลัวและมีปริมาณของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นถึง 15.1% ทางด้านผู้ป่วยจิตเวชก็มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเพิ่มจากในช่วงปี 2560 มาถึง 15.3%  แต่การเพิ่มขึ้นนี้กลับกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่มาจากปัญหาของการติดยาเสพติด จนเกิดภาวะจิตเวชรุนแรงและส่งผลกระทบไปสู่ผู้คนรอบข้าง เพราะผู้ป่วยจะทำร้ายและสร้างเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น ซึ่งในกลุ่มของผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มนี้จะมีอายุอยู่ในช่วง 18-24 ปีและเป็นการป่วยจากผลพวงของยาเสพติดที่มากถึง 80% นอกจากนี้ในเรื่องของโรคซึมเศร้าก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นจากปีก่อนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กช่วงอายุ 11-19 ปี เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เผชิญโรคนี้มากขึ้น แต่ในกลุ่มที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างมากคือช่วงวัย 20-24 ปี ที่มีปัญหาการเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรงและพุ่งสูงถึง 5.33% และมีผู้ที่สามารถฆ่าตัวตายสำเร็จสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวอีกด้วย

เมื่อดูจากสถานการณ์โดยรวมแล้วจะเห็นว่าสุขภาพคนไทยยังคงต้องเฝ้าระวังอยู่มากพอสมควร เพราะแม้จะมีข่าวดีในเรื่องของโรคร้ายบางโรคที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นข่าวดีส่วนน้อย เพราะโรคยอดฮิตต่างๆ ของคนไทยยังคงมีปริมาณของผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี ดังนั้นถ้าคุณเป็นวัยทำงานและวัยผู้ใหญ่ควรหันกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเองให้มาก เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตที่ยืนยาวและใช้ช่วงบั้นปลายชีวิตที่มีความสุขที่สุด